เอเชียคือทวีปที่ “เทศกาล” ไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่ยังเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวจริง หลายงานสร้างรายได้ระดับหลายแสนล้านบาทต่อปี ทั้งจากการท่องเที่ยว การจับจ่าย การโฆษณา และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง วันนี้เราจะพาไปดูว่า เทศกาลไหนทำรายได้สูงสุดในเอเชีย และแต่ละงานมีจุดแข็งอะไรที่ทำให้เงินสะพัดแรงขนาดนี้
เทศกาลที่ ทำรายได้สูงสุด ในเอเชีย!
1) Chinese New Year – ราชาเทศกาลเงินสะพัดอันดับ 1
ถ้าถามว่าเทศกาลไหนทำรายได้สูงสุดในเอเชีย คำตอบที่แทบไม่ต้องคิดคือ ตรุษจีน เพราะไม่ใช่แค่ในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ยังรวมถึงฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย เวียดนาม และชุมชนชาวจีนทั่วเอเชีย เงินสะพัดจากการเดินทางกลับบ้าน (คล้ายสงกรานต์บ้านเรา) การซื้อของขวัญ อั่งเปา เสื้อผ้าใหม่ อาหาร ของไหว้ ไปจนถึงการท่องเที่ยวต่างประเทศ
ในจีนเพียงประเทศเดียว ช่วง “ชุนหยุน” หรือฤดูกาลเดินทางตรุษจีน มีการเดินทางหลายพันล้านเที่ยวต่อปี สร้างรายได้มหาศาลให้สายการบิน รถไฟ โรงแรม ร้านอาหาร และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หลายปีตัวเลขเม็ดเงินหมุนเวียนรวมแตะระดับ หลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่จึงถือเป็นเทศกาลที่สร้างรายได้รวมสูงที่สุดในเอเชียแบบทิ้งห่าง
2) Diwali – แสงไฟที่จุดเศรษฐกิจอินเดีย
ดิวาลี หรือเทศกาลแห่งแสงสว่างของอินเดีย เป็นอีกงานที่สร้างรายได้มหาศาล เพราะประชากรอินเดียมีมากกว่า 1,400 ล้านคน แค่การจับจ่ายในประเทศก็สะเทือนทั้งระบบเศรษฐกิจแล้ว ผู้คนซื้อทอง เครื่องประดับ เสื้อผ้า ของขวัญ ขนม และตกแต่งบ้าน
ภาคค้าปลีกออนไลน์อย่าง Amazon India หรือ Flipkart มียอดขายพุ่งแรงในช่วงดิวาลีทุกปี ธุรกิจโฆษณาและอีคอมเมิร์ซแข่งขันกันหนัก เรียกว่าเป็น “Black Friday เวอร์ชันอินเดีย” เลยก็ว่าได้ รายได้รวมในช่วงเทศกาลนี้ประเมินกันว่ามูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี
3) Golden Week – สัปดาห์ทองคำแห่งญี่ปุ่น
โกลเดนวีคของญี่ปุ่น คือช่วงวันหยุดยาวที่รวมวันสำคัญหลายวันเข้าด้วยกัน คนญี่ปุ่นแห่เที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ทำให้เงินสะพัดทั้งสายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร สวนสนุก และห้างสรรพสินค้า
แม้ประชากรญี่ปุ่นจะน้อยกว่าจีนและอินเดีย แต่กำลังซื้อสูงมาก รายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงโกลเดนวีคแต่ละปีแตะระดับหลายพันล้านดอลลาร์ ถือเป็นหนึ่งในช่วงที่ธุรกิจบริการทำเงินมากที่สุดของปี
4) Songkran – สงกรานต์ไทย เงินไหลเข้าประเทศ
สงกรานต์ ไม่ได้เป็นแค่ปีใหม่ไทย แต่กลายเป็นเทศกาลระดับโลก นักท่องเที่ยวต่างชาติบินมาเล่นน้ำที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โรงแรม บาร์ ร้านอาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ
ในหลายปี รายได้รวมช่วงสงกรานต์สูงระดับหลายหมื่นล้านบาทในไม่กี่วัน เรียกได้ว่าเป็น “ไฮซีซันสั้น ๆ” ที่กระตุ้น GDP ไตรมาสสองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังยุคโควิดที่นักท่องเที่ยวกลับมาแบบจัดเต็ม
5) Hari Raya Aidilfitri – พลังการจับจ่ายแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ฮารีรายอ หรือวันสิ้นสุดรอมฎอน มีความสำคัญมากในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน อินโดนีเซียซึ่งมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก ทำให้การเดินทางกลับภูมิลำเนา (Mudik) สร้างรายได้มหาศาล
ยอดขายเสื้อผ้าใหม่ ของขวัญ อาหาร และการเดินทางพุ่งแรงในช่วงนี้ หลายบริษัทวางแผนการตลาดทั้งปีเพื่อเก็บยอดในเทศกาลนี้โดยเฉพาะ ถือเป็นหนึ่งในช่วงเงินสะพัดสูงสุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แล้วถ้าวัดกันจริง ๆ ใครทำรายได้ “สูงสุด”?
หากวัดจาก มูลค่าเศรษฐกิจรวม (ทั้งในและต่างประเทศ) ตรุษจีนหรือ Chinese New Year ยังคงครองอันดับ 1 แบบชัดเจน ด้วยจำนวนประชากรที่เข้าร่วมมหาศาล การเดินทางระดับพันล้านเที่ยว และกำลังซื้อของจีนที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก
รองลงมาคือ Diwali ของอินเดีย ซึ่งมีฐานประชากรใหญ่มาก และกำลังเติบโตทางเศรษฐกิจเร็ว ส่วนเทศกาลอย่าง Golden Week, Songkran และ Hari Raya Aidilfitri แม้มูลค่ารวมจะน้อยกว่า แต่เมื่อเทียบสัดส่วนต่อ GDP ของประเทศ ถือว่า “แรงมาก” ในเชิงผลกระทบ
ทำไมเทศกาลถึงทำเงินได้มหาศาล?
- พฤติกรรมการจับจ่ายพร้อมกันทั้งประเทศ – เมื่อคนจำนวนมากใช้จ่ายในช่วงเวลาเดียวกัน เศรษฐกิจจะพุ่งแบบก้าวกระโดด
- การท่องเที่ยวในและต่างประเทศ – ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม แพ็กเกจทัวร์ ขายดีแบบทวีคูณ
- การตลาดและโปรโมชัน – แบรนด์ต่าง ๆ อัดงบโฆษณาเพื่อช่วงชิงยอดขาย
- อารมณ์ร่วมของผู้บริโภค – เทศกาลกระตุ้นให้คน “อยากให้รางวัลตัวเอง” และคนรอบข้าง
เอเชียมีประชากรกว่า 4,000 ล้านคน เมื่อเทศกาลใหญ่เกิดขึ้นพร้อมกันในประเทศมหาอำนาจอย่างจีนหรืออินเดีย ผลกระทบทางเศรษฐกิจจึงมหาศาลกว่าทวีปอื่น
บทสรุป
ถ้าถามชัด ๆ ว่า เทศกาลไหนทำรายได้สูงสุดในเอเชีย? คำตอบคือ ตรุษจีน (Chinese New Year) แบบไร้ข้อกังขา ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจระดับมหาศาลและเครือข่ายการเฉลิมฉลองที่ครอบคลุมหลายประเทศ
อย่างไรก็ตาม แต่ละเทศกาลก็มี “จุดแข็ง” ของตัวเอง บางงานเด่นด้านกำลังซื้อ บางงานเด่นด้านการท่องเที่ยว บางงานเด่นด้านค้าปลีกออนไลน์ สิ่งที่เหมือนกันคือ เทศกาลไม่ใช่แค่ประเพณี แต่คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ทรงพลังของเอเชีย
ถ้าคุณทำธุรกิจ ไม่ว่าจะอาหาร ท่องเที่ยว ค้าปลีก หรือออนไลน์ การวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับเทศกาลเหล่านี้ คือโอกาสทองที่ไม่ควรพลาด เพราะเมื่อคนพร้อมใช้จ่าย “ใครเตรียมตัวก่อน คนนั้นได้เปรียบ”
สำหรับสายเสี่ยงโชคที่อยากเพิ่มโอกาสลุ้นรางวัลแบบจัดเต็ม ขอแนะนำ KU LOTTO หวยเว็บตรงที่รวมหวยหลากหลายประเภทไว้ครบในที่เดียว ระบบใช้งานง่าย ฝาก–ถอนรวดเร็ว พร้อมโปรโมชันสำหรับสมาชิกใหม่ ใครอยากลุ้นโชคแบบสะดวก ปลอดภัย และทันสมัย ลองเข้าไปเช็กกันได้เลย